การสงครามทัศนะของซุนจู้

การเตรียมรบให้พร้อมสรรพ คือ การตระเตรีมกำลังทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ให้พรักพร้อม แต่จะคิดให้ไกล และลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก น่าจะหมายถึงการ ” เตรียมจิตใจ” และ “ความคิด” ในเรื่องของการศึกสงครามไว้ให้พร้อมด้วย

การทำศึกสงครา ถือเอาชัยชนะด้วยการใช้สติปัญญาเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าการใช้เพพียงกำลัง ซุนจู้สอนว่า

สงครามทุปรูปแบบ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกลอุบาย และ นโยบายที่ดีที่สุดของการชนะสงคราม คือ การทำให้ข้าศึกยอมแพ้โดยมิต้องสูรบ

หมายถึง การใช้สติปัญญา ความรอบรู้ กำหนดแผนยุทธศาสตร์ เพื่อทำลายล้างข้าศึก หรือทำให้ข้าศึกเกิดความอ่อนแอภายในเสียก่อนที่ต้องใช้กำลังทหารเข้าทุ่มเท

ซุนจู้กล่าวว่า

แม่ทัพที่ชำนายสงคราม เอาชนะข้าศึกได้โดยมิต้องสู้รบ ยึดเมืองได้โดยมิต้องใช้กำลังเข้าตี และล้มอาณาจักรของศัตรูได้โดยมิต้องทำการรบเรื้อรัง

การได้อ่านและทบทวนตำราพิชัยสงครามของซุนจู้หลายๆครั้ง ไม่เพียงแต่จะเกิดสติปัญญาและความคิดอันเป็นประโยชน์ในการรู้สึกไหวตัว ยังช่วยให้เข้าใจเหตุการณ์ต่างๆในโลกปัจจุบันได้ง่าย

สงครามเป็นเรื่องร้ายแรงยิ่ง คู่สงครามไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ หรือฝ่าชนะ ต่าต้องได้รับความเสียหายชีวิตของผู้คนพลเมือง ทรัพย์สินของบ้านเมืองต้องสูญเสียสิ้นเปลืองอย่างน่าอเนจอนาจ

สงครามเป็นเหตุแห่งความเดือนร้อนใหญ่หลวงของประชาชน และปู้ต้องภัยพิบัติมากที่สุดจากสงครามก็คือประชาชนโดยตรง

ม่อตี๊ เป็นนักคิด นักบันทึกจดหมายเหตุ (พ.ศ. 64 – 162) ประณามการทำสงครามไว้อย่างน่าพิจารณาว่า

ความถูกต้อง และความควรมิควร เป็นสิ่งที่ชี้ขาดได้ยาก

ผู้ที่ทำความผิดขนาดเล็ก ถือเป็นอาชญากร แต่ผู้ที่ทำผิดขนาดใหญ่ เช่น การยกกองทัพไปรุกรานโจมตี เข่นฆ่าผู้คนพลเมืองของเมืองอื่นล้มตายนับพัน นับหมื่น กลับไม่ถือเป็นความผิด แต่กลายเป็นสิ่งอันควรยกย่องสรรเสริญ แล้วเช่นนี้ ความถูกต้อง และความควรมิควรอยู่ที่ใดกันแน่

ที่มา : เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชา Strategic and Rick Management