KROMLENS
ชีวิตคือการเดินทาง สิ้นสุดการเดินทางก็คือตอนที่หยุดหายใจ
ชีวิตคือการเดินทาง สิ้นสุดการเดินทางก็คือตอนที่หยุดหายใจ
Apr 14th
วันเกิดคุณแม่เลยชวนกันมาเที่ยว เพื่อเสริมดวง สะเดาะเคราะห์ ทำบุญวันเกิด ที่วัดเล่งเน่ยยี่ มากยากนิดหน่อย แต่วัดสวยจริงๆ ร้อนด้วย
วันที่ 14 เมษายน 2553 : นอกจากว่าวันนี้เป็นวันสงกรานต์ วันครอบครัวแล้ว
วันนี้ยังเป็นวันเกิดคุณแม่อีกด้วย.. วันนี้ก็เลยหลังจากทำบุญวันเกิดที่วัดแล้ว
ก็เลยชวนกันไปเที่ยวทำบุญ สะเดาะเคราะห์แก้ปีชงกันที่วัด เ่ล่งเน่ยยี่ 2 บางบัวทอง
อากาศวันนี้ก็สบายๆ ไม่ร้อนจัดเหมือนวันก่อนๆ ก็เลยเดินเล่นได้สบายๆ คนที่วัดก็น้อยกว่าที่คิดไว้ ที่จอดรถเยอะแยะ
มาถึงวัดประมาณบ่ายโมง อลังการสมคำร่ำลือจริงๆ สุดยอดขอบอก ไม่ค่อยมีอะไรบรรยาย ไปดูรูปเลยล่ะกัน
การเดินวนของวัดงงมากมาย อาจจะเป็นเพราะว่าเรายังไม่รู้ธรรมเนียมการไหว้ของชาวจีนด้วหล่ะมั้ง
พื้นภายในวัดทำจากหินอ่อนทั้งหมด คงไม่แปลกถ้าจะเห็นคนในวัดนี้ จะวิ่งกันแทนเดิน… confrim ว่าต้องวิ่งจริงๆ
บริเวณตรงนี้เป็นชั้นที่ 2 … บริเวณวางกระถางธูป แต่ควันธุปน้อยมั๊กๆ ไม่เหมือนวัดจีนที่เคยรู้จัก
ลงมานั้งเขียนใบสะเดาะเคราะห์ที่บริเวณชั้น 1 โดยมีค่าดำเนินการ
สะเดาะเคราะห์ 100 บาท, เสริมดวง 200 บาท
จบแล้ว… ไม่มีสาระอะไรมาก แค่อยากจะบอกว่าวัดเขาสวยดี
Apr 2nd
จองตั๋วราคาถูก เพื่อย้ายของไปเรียนที่เชียงใหม่ จองตั๋วกันทั้งบ้าน เพราะจะไปเที่ยวเชียงใหม่กันด้วย ทริปนี้แม่ทุ่ม
จะต้องไปเรียนที่เชียงใหม่แล้ว ต้องมีการเตรียมตัวการเดินทาง
บังเอิญไปเจอตั๋วโปรโมชั่นของ airasia ราคา 990 บาท แพงกว่ารถทัวร์นิดๆ เลยตัดสินใจจองเครื่องบิน
แต่ !!! … มันเหลือแค่ 4 ที่นั่ง แต่มีคนเดินทาง 5 คน
คนที่ 5 ก็เลยต้องจ่ายแพงกว่าชาวบ้าน…
กำหนดการเดินทางวันเสาร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2553 เวลา 12.50 ถึงเชียงใหม่เวลา 14.00 น.
และจากวันนี้ถึงวันเดินทาง ก็ประมาณ 1 เดือนนิดๆ .. ยังมีธุระที่กรุงเทพที่ยังไม่ได้ทำอีกเยอะแยะเลย
ไปเชียงใหม่ครั้งนี้คงไปอยู่รอเปิดเทอมเลย..
Mar 31st
เพื่อนที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกัน ส่งมาให้ที่บ้านเพราะผมกลับมาก่อน.. โดยปกติเวลาไปเที่ยวไหนจะส่ง Post Card กลับมาทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ส่งไม่ทันเลยวานให้เพื่อนส่งให้
สืบเนื่องมาจากกระทู้เดิม ที่เคยบอกกล่าวกันไปแล้วว่า ผมจะไปสอบสัมภาษณ์เรียนต่อ ป.โท ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งตอนนี้ผลได้ประกาศออกมาแล้วว่า ผมมีสิทธิ์เข้าไปเรียน แต่มีข้อแม้อยู่ที่ว่า ต้องไปจ่ายเงินให้เขาก่อนถึงจะเรียนได้ ด้วยเหตุนี้ ทางบ้านผมก็เลยจะยกขโยงกันไปเชียงใหม่อีกรอบ แต่คิดกันไปๆ มาๆ ” มึงไปคนเดียวล่ะกัน ” เด๋ววันส่งเข้าหอค่อยไป ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องจำใจเดินคนเดียว
แต่แล้วก็มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก จากตามปกติผมต้องเดินทางไปเชียงใหม่คนเดียว ดั้นมีเพื่อนร่วมเดินทางช้ำรักเดินทางไปด้วย เหตุเป็นเพราะว่ามันอกหักรักคุดจากกรุงเทพ แล้วต้องการไปทำมิวสิคคนเดียวที่เชียงใหม่ มันก็เลยอาสาเป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปกับผมด้วย
แต่แล้วการรายงานตัวก็เสร็จเรียบร้อย และผมก็ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่เพื่อนผมคนนี้ต้องการสานฝันของมันต่อ นั่นก็คือ แสดงเป็นพระเอกมิวสิค และมันก็ได้ส่ง โปสการด์ฉบับนี้มาให้ผม ( และทั้งหมดนี่ก็เป็นที่มาของโปสการ์ดใบนี้ )
ปล. และแล้วมันก็ยังไม่ได้รถเข็น (ฝันไม่เป็นจริง) เพราะประมาณ 4 ชั่วโมงให้หลังจากที่มันส่งผมกลับกรุงเทพ มันก็ต้องกลับกรุงเทพฯ ตาม เพราะ มันมีสอบ… !!!!!
Feb 17th
ไม่มีอะไรมากมาย แค่ฟังเพลงนี้ในทีวี แล้วชอบเพราะไม่ได้ฟังมานานมากมาย เลยเอามาลงให้ฟังกันดู
ไม่ได้ฟังเพลงนี้มานาน แล้วอยู่ๆมันก็ดังขึ้นมาในหัวซะงั้น …
ฟังแล้วอมยิ้มว่ะ
Feb 14th
สมัครสอบ ป.โทเชียงใหม่ไว้ แต่ต้องมาสอบสมัภาษณ์ที่เชียงใหม่ ก็เลยมาให้กำลังใจกัน ด้วยอารมณ์ที่ว่าช่วยๆ กันขับรถๆไปเดี๋ยวก็ถึง แต่เอาเข้าจริงๆ ก็หนักหนาสาหัสอยู่เหมือนกัน
ไปเที่ยวเชียงใหม่ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จริงๆแล้วไม่เชิงไปเที่ยวหรอก เพราะต้องไปสอบสัมภาษณ์เข้า ป.โท คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาบริหารงานก่อสร้าง ที่ มหาลัยเชียงใหม่ ก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวกันด้วยเลย ไปถึงเชียงใหม่วันที่ 12 กุมภาฯ ตอนตี 2 ง่วงมากมายๆ ก็เข้านอนเลย
โดยกำหนดการก็คือสอบสัมภาษณ์เริ่ม 9.00 น. ที่ภาควิชาวิศวกรรมโยธา แต่ด้วยความไม่เคยทางเลยต้องออกก่อน ไปถึงที่คณะฯ ประมาณ 8 โมงนิด ก็เดินเล่น ไปๆมาๆ ก็ 8 โมงครึ่งแล้ว ก็เลยไปรออยู่หน้าภาควิชา รอเรียกเข้าสัมภาษณ์ตอน 9 โมง คนสมัครสอบเยอะมากๆ แต่มันเป็นของสาขาอื่นนะ ” สาขาบริหารงานก่อสร้าง แผน ก.” รับจำนวน 5 คนเท่านั้น แต่….. มาสมัครกัน 2 คน ป้าดดดดดด แล้วถ้ากูติดแล้วกูจะเรียนกับใครฟ่ะ อิอิ
หลังจากนั่งรอนอนรอ ก็ถึงคิวสัมภาษณ์ และก็ผ่านไปได้ด้วยดี ต้อรอผลสอบอีกทีวันที่ 3 มีนาคม ก็คงต้องลุ้นกันต่อไป และแล้วภาระกิจก็สำเร็จหลังจากนั้นก็เริ่มเที่ยว โดยที่เริ่มจากกินข้าวกลางวัน โดยคุณพ่อบอกว่าร้านอาหารหลังมหาลัยวิวสวย
กินเสร็จก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อ เตรียมตัวไปงานพืชสวนโลกต่อ เพราะมันอยู่ใกล้บ้าน และอีกอย่างไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี
และแล้วก็มาถึงงานพืชสวนโลก ด้านหน้าทางเข้าสวยมากๆ แต่ไม่ค่อยมีคน และแดดแรงมากๆ
เที่ยวเสร็จเร็วมาก เพราะด้านในไม่มีอะไรเลย ร้อนด้วย นั่งรถเที่ยวรอบๆ เสร็จแล้วก็กลับ เหอๆๆๆ
แล้วก็กลับมานอนพักผ่อนเพราะเมื่อคืนขับรถมาถึงดึกและต้องตื่นเช้า ตอนเย็นออกไปกินข้าวเย็นที่ร้านอาหาร ” เฮือนโบราณ บ้านฮิมปิง “
ไม่ได้ถ่ายภาพอะไรมากมายเพราะมันมึด กินข้าวเสร็จก็กลับบ้านนอน เตรียมตัวเดินทางกลับราชบุรีตอนเช้า
กินข้าวเช้าเสร็จก็เตรียมตัวกลับ ก่อนกลับก็ร่ำลาญาติๆ และก็มานั่งดูบ่อปลา เพราะปลาเยอะมากๆ
— จบ —
Feb 7th
ว่างๆ เลยไปดูหนังนอกกระแส โรงหนังลิโด ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ หนังดีทุกเรื่องเลย
เนื่องจากช่วงนี้มีเวลาว่าง จึงได้มีโอกาศไปเดินเที่ยวสยาม และไปดูหนังที่ 3 โรงหนังในตำนาน คือ สยาม ลิโด สกาล่า
ชอบไปดูเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วเพราะว่า คนน้อย ไม่วุ่นวาย หนังดีมีคุณภาพ และ ” ตั๋วถูก ”
โดยวันนี้ได้ตัดสินใจดูเรื่อง “Brother” โรงหนัง ลิโด 2 รอบเวลา 12.15 น.
เนื้อเรื่อง
สองพี่น้อง กัปตัน?แซม เคฮิลล์ (โทบี้ แม็คไกวร์) และน้องชาย?ทอมมี่ เคฮิลล์ (เจค จิลเลนฮาล) ที่ใช้ชีวิตคนละขั้ว โดย แซม เป็นหัวหน้าครอบครัวที่แต่งงานกับเกรซ (นาตาลี พอร์ตแมน) แฟนสาวตั้งแต่มัธยม และมีลูกสาวด้วยกันสองคน?(เบลี่ย์ เมดิสัน และ?เทเลอร์ เกรียร์) ในขณะที่?ทอมมี่ เป็นน้องชายบุคลิกดี แต่ก็เป็นคนที่มีชีวิตเหลวแหลกและเพิ่งออกจากคุก แต่แล้ว แซม ก็ถูกระบุว่าเสียชีวิตในสมรภูมรบที่อัฟกานิสถาน ครอบครัวเคฮิลล์ต้องรับมือกับความสูญเสีย และ?ทอมมี่ ก็พยายามแก้ไขความผิดพลาดในชีวิต ด้วยการเติมช่องว่างของพี่ชายที่ทิ้งไว้ให้กับ เกรซ และลูกสาวทั้งสอง
ตามทัศนะคติส่วนตัว ชอบหนังเรื่องนี้ ไม่เสียดายเงินและเวลาที่เลือกดูเรื่องนี้? แต่!!! ต้องปล่อยอารมณ์ตามไปกับหนัง ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ดูมามันเกิดอะไรขึ้นกับผู้คนให้หนัง
ชายผู้ซึ่งโดนกดดันจากข้าศึกในสนามรบเพื่อต้องการแค่กับมาเจอหน้าผู้เมีย ผู้ซึงเป็นที่รัก
น้องชายผู้ล้มเหลวกับชีวิต และต้องการเริ่มชีวิตใหม่ เพียงแค่ต้องการเป็นคนดีในสายตาของคนในครอบครัว
ภรรยาผู้หัวใจแหลกสลายกับการที่สูญเสียสามีในสนามรบอย่างไม่มีวันกลับ
ลูกๆ ซึ่งกำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่กำลังเข้ามาใหม่ในชีวิต
และเรื่องราวทั้งหมดนี้จะจบลงยังไง ขอบอกเลยว่า สามารถเรียกน้ำตาได้จริงๆครับ
Credit : http://www.brothersfilm.com, www.majorcineplex.com
Jan 26th
คนเราเมื่อมีฝันแล้ว ฝันจะถูกทำลายได้ มี?2?วิธี คือ
1.???ทำลายความฝันด้วยการไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ทำความฝันหมดอายุไปตามกาลเวลา
2.???ทำลายความฝันด้วยการลงมือทำให้สำเร็จเป็นความจริง
————————————————————
credit : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=527542
Jan 6th
และแล้วก็ถึงวันสุดท้ายซะล่ะ … ยังไม่ ยังไม่อยากกลับไทยเลย รู้สึกหลงรัก LONDON ไปซะแล้ว แต่ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาเดินทางกลับสยามประเทศ
วันที่ 11 ธันวาคม 2552 : เช้าวันสุดท้ายในมหานครลอนดอน ….
เวลาประมาณตี 5 ครึ่ง ต้องออกเช้า เพราะว่ากลัวหลง เนื่องจากไม่เคยนั่งรถไฟ Gatwick express (อดกินอาหาเช้า … ) แต่สถานีก็ไม่ไกลมาก เพราะอยู่แถวๆ โรงแรมที่พัก (เหมือนจะเคยกล่าวไปแล้ว เมื่อ Part 2,3 )
ผู้คนเยอะมากมาย .. ที่เห็นเหลืองๆ นั่นคือตารางเวลารถไฟ ถ้าเดินเลยไปหน่อย ก็จะเป็น Underground
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที รวดเร็วทันใจ และก็มาถึงสถานีปลายทาง Gatwick Airport
วันนี้อากาศค่อนข้างหนาว .. พยากรณ์อากาศบอกไว้ว่า บางเมืองอุณหภูมิเริ่มติดลมแล้ว .. ส่วนที่นี่ยังบวก แต่หนาวกว่าวันก่อนๆ
ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว… คนก็เยอะไปตามระเบียบ แต่มันเป็นคนล่ะ port กับตอนมา
ต้องนั่งรถบัสไป North Terminal ซึ่งมันแบ่งแยกกันชัดเจนมากๆ เหมือนจะเป็นคนล่ะ สนามบินเลยก็ว่าได้
ยังไม่มีผู้คน.. แต่เคาร์เตอร์เปิดแล้ว
ลาแล้วลอนดอน … กำลังจะเดินเข้า ตม.
และหลังจากนั้น พี่ๆอีก 2 คนก็กลับ เพราะ ตามกำหนดผมต้องกลับก่อน ส่วนพี่ๆ ยังไม่กลับ จะอยู่เที่ยวต่ออีก 2 วัน
วันนี้มาส่งเฉยๆ …. ส่วนภาพสถานที่เที่ยวที่อื่นๆ สามารถติิดตามได้ที่ http://natapolk.multiply.com
หลังจากนั้นไม่ค่อยได้ถ่ายรูปแล้วครับ และต้องเดินทางคนเดียว โดยบินเหมือนเดิม
ลอนดอน – ดูไบ
ดูไบ – กรุมเทพฯ
แต่ที่แปลก คือ … ” ผมได้นั้ง Business Class คร้าบบบบ ” ก็ไม่ได้ HISO อะไรหรอก แต่ก็งงอยู่เหมือนกันว่าทำไม ถึงได้นั้ง?Upgrade ไม่เสียตังส์สักบาท .. ก็สบายตู นั่งยาว ตื่นอีกทีตอนเครื่องจะ Landing ที่สุวรรณภูมิแล้ว
แต่จะตื่นเป็นพักๆ ช่วงที่เขาจะเสริฟอาหารและเครื่องดื่ม… แต่ทำไมไม่เห็นแอร์คนไทยสักคนเลย เลยสั่งอะไรไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่
เป็นครั้งแรกที่เดินทางคนเดียว และ ระยะทางไกลขนาดนี้ ต้องเดินเปลี่ยนเครื่องคนเดียว .. สั่งอาหารคนเดียว … ลุ้นๆอยู่เหมือนกันนะ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี …
และแล้วก็มาถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ .. มาถึงเวลาประมาณ 7.50 น. ตามเวลาประเทศไทย … แต่รอรับกระเป๋านานมากมาย
- – - – - – ?จบ บริบูรณ์ – - – - – - – - -
ขอบคุณ : คุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ น้า และคุณป้า ที่ช่วยสนับสนุน เงินค่าใช้จ่าย ทุกๆอย่างในการไปเที่ยวครั้งนี้ ?, พี่กบ ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายหลักทั้งหมด, พี่มด ที่วางแผน Trip ครั้งนี้ และแว่นตา, เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานที่อนุญาติ ให้ลางานได้โดยผิดระเบียบบริษัท เพื่อนๆ ที่ช่วยทำงานแทนช่วงที่ผมไม่อยู่ , , ขอบคุณทุกๆคนครับ
Credit : ภาพทั้งหมดมาจาก http://natapolk.multiply.com ( พี่ชายผมเอง)
Recent Comments