ชีวิตคือการเดินทาง สิ้นสุดการเดินทางก็คือตอนที่หยุดหายใจ
Posts tagged มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มาอยู่เชียงใหม่ 2 เดือนแล้ว
Jul 1st
1 กรกฏาคม 2553 : มาอยู่เชียงใหม่ได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว เร็วจริงๆ ตอนนี้ก็ได้เริ่มเรียน และ ก็จะเริ่มสอบแล้วครับ พอมาอยู่ไกลบ้าน มันก็เป็นปกติที่จะคิดถึงบ้าน แล้วยิ่งต้องมาอยู่คนเดียวด้วยแล้ว
มันก็ถึงกำหนดที่จะต้องกลับบ้านมั่งแล้ว และเนื่องจากวันจันทร์ที่ 5 กรกฏา’ ที่จะถึงนี้ เป็นงานรับปริญญาของพี่สาวพอดี ก็ได้เลยกลับ โดยสายการบิน Bangkok Airline
สังเกตุดีๆ ตั๋วราคาลดตั้ง 50% เพราะเป็นคะแนนสะสมที่เก็บไว้ตั้งแต่ตอนที่บินไปกลับ กรุงเทพฯ – เสีนมราฐ เลยสบายตัว ซึ่งจากราคาที่เช็คใน Internet ราคาเต็มของมัน คือ 1,905 บาท แต่พอใช้แต้มแลก 50% ทำไมมันเหลือ 750 บาท ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน… แต่ก็ดีถูกดี
ส่วนเรื่องชีวิตประจำวันในตอนแรกๆที่เชียงใหม่หลังจากเปิดเรียน มันก็ไม่ค่อยต่าง เพราะเรียนวันเสาร์ – อาทิตย์ วันธรรมดาว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เพราะฉนั้น มันก็เลย จะมีแค่ ตื่นนอน กินข้าว นั่งร้านกาแฟ กินข้าวเย็น กลับหอ นอนดูทีวี หลับ .. ซึ่งมันโคตรจะน่าเบื่อ
หลังจากที่ไปนั่งเล่นที่กาแฟวาวี หลายๆรอบมันก็เลยรู้สึกเบื่อ กับบรรยากาศเดิมๆ บวกกับการที่ต้องจ่ายค่ารถแดง ไปกลับ วันล่ะ 40 บาท ซึ่งก็แพงเอาการอยู่ จึงเปลี่ยนมานั่งเล่นที่ร้านกาแฟทรู ซึ่งอยู่หลังมอ.บ้าง เพราะจะได้ไม่ต้องจ่ายค่ารถแดง
และด้วยความบังเอิญ (~หรือเปล่า) เดินผ่านร้านหนังสือมือสอง เจอหนังสือชื่อ ” จดหมายจากเมืองไทย” ของ โบตั๋น .. จริงๆก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นแนวไหน แต่เคยได้ยินชื่อคนเขียนเลยตัดใจซื้อมาในราคา 2 เล่ม 100 บาท ถ้าใครอยากรู้ว่าเป็นยังไง บอกได้ครับ จะเอาไปให้อ่านเพราะอ่านจบแล้ว ซึ่งชอบครับ ซึ่งก็เป็นตามบทนำของผู้เขียนได้กว่าไว้ว่าส่วนใหญ่ จะเป็นการตำหนิ พฤติกรรมของคนไทย เพราะรวบรวมมาจากจดหมายของชาวจีนคนหนึ่ง ซึ่งเขียนจดหมายบอกเรื่องราวให้แม่ซึ่งอยู่เมืองจีนได้รับรู้ .. แต่มันก็เป็นการดี ที่เราได้รู้ว่าคนอื่นมองคนไทยเป็นเช่นไร
และแล้วก็ได้กินข้าวมันไก่สมใจอยาก หลังจากไม่ได้กินมาตั้งแต่อยู่เชียงใหม่ ซึ่งตอนนี้ตระเวนกินได้ 3 ร้านแล้ว สรุปออกมาว่าร้านข้าวมันไก่ 5 ดาวอร่อยที่สุด ซึ่งโดยทั้ง 3 ร้าน ตั้งอยู่ติดกัน หลัง มอชอ. ติดแล้วแปลกดี เพราะว่าเท่าที่สังเกตุ ร้านอาหารตอนเย็นๆ หลังมอชอ. ร้านที่ไหนที่เหมือนกันจะตั้งอยู่ติดกัน
เริ่มเข้ามาในห้องเรียนมั่งดีกว่า สาขาที่ผมเรียนเป็นภาคทั่วไปครับไม่ใช่ภาษาอังกฤษ แต่ทำไมตำราวิชาเรียนต้องเป็นภาษาอังกฤษด้วยครับ.. ซึ่งมันยากมากๆ สำหรับคนโง่ภาษาอังกฤษเช่นผม
ที่เห็นว่า ไฮไลท์ ไม่ใช่เพราะมันเป็นข้อความสำคัญ แต่เพราะว่าแปลไม่ออกว่ามันแปลว่าอะไรครับ 5555 เพราะไอภาษาอังกฤษเนี่ยแหละที่ทำให้ผมไม่ได้นอน ยันสว่างคาตา
หลังจากอ่านหนังสือต่อไปไม่ไหวแล้ว ก็เดินมาหลังห้องถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่จะต้อง..เข้านอน..
—- จริงๆ แล้วไม่มีสาระอะไรหรอกครับ ก็แค่บ่นๆไปเรื่อยๆเปื่อยๆ ซึ่งมันก็เป็นปกติของ Blog ผมอยู่แล้ว —–
แต่ตอนนี้ ชีวิตผมไม่ชิลต่อไปแล้วนะครับ เพราะว่า วันธรรมดาต้องเข้าไปช่วยวิจัยของอาจารย์ที่คณะ ซึ่งมันก็ดีเหมือนกันจะได้มีความคิดที่จะเริ่มทำ Thesis บ้าง
- จบ -
Post card from CM
Mar 31st
เพื่อนที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกัน ส่งมาให้ที่บ้านเพราะผมกลับมาก่อน.. โดยปกติเวลาไปเที่ยวไหนจะส่ง Post Card กลับมาทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ส่งไม่ทันเลยวานให้เพื่อนส่งให้
สืบเนื่องมาจากกระทู้เดิม ที่เคยบอกกล่าวกันไปแล้วว่า ผมจะไปสอบสัมภาษณ์เรียนต่อ ป.โท ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งตอนนี้ผลได้ประกาศออกมาแล้วว่า ผมมีสิทธิ์เข้าไปเรียน แต่มีข้อแม้อยู่ที่ว่า ต้องไปจ่ายเงินให้เขาก่อนถึงจะเรียนได้ ด้วยเหตุนี้ ทางบ้านผมก็เลยจะยกขโยงกันไปเชียงใหม่อีกรอบ แต่คิดกันไปๆ มาๆ ” มึงไปคนเดียวล่ะกัน ” เด๋ววันส่งเข้าหอค่อยไป ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องจำใจเดินคนเดียว
แต่แล้วก็มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก จากตามปกติผมต้องเดินทางไปเชียงใหม่คนเดียว ดั้นมีเพื่อนร่วมเดินทางช้ำรักเดินทางไปด้วย เหตุเป็นเพราะว่ามันอกหักรักคุดจากกรุงเทพ แล้วต้องการไปทำมิวสิคคนเดียวที่เชียงใหม่ มันก็เลยอาสาเป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปกับผมด้วย
แต่แล้วการรายงานตัวก็เสร็จเรียบร้อย และผมก็ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่เพื่อนผมคนนี้ต้องการสานฝันของมันต่อ นั่นก็คือ แสดงเป็นพระเอกมิวสิค และมันก็ได้ส่ง โปสการด์ฉบับนี้มาให้ผม ( และทั้งหมดนี่ก็เป็นที่มาของโปสการ์ดใบนี้ )
ปล. และแล้วมันก็ยังไม่ได้รถเข็น (ฝันไม่เป็นจริง) เพราะประมาณ 4 ชั่วโมงให้หลังจากที่มันส่งผมกลับกรุงเทพ มันก็ต้องกลับกรุงเทพฯ ตาม เพราะ มันมีสอบ… !!!!!











Recent Comments